โครงสร้างประโยค


โครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ

โครงสร้างประโยค แบ่งออกเป็น โครงสร้างใหญ่ ๆ ได้ 2 ประเภท คือ

1. โครงสร้าง ประเภทที่ กริยาไม่ต้องการกรรม หรือเรียกว่า อกรรมกริยา

2. โครงสร้าง ประเภทที่ กริยาต้องการกรรม หรือเรียกว่า สกรรมกริยา

โครงสร้างประเภทกริยไม่ต้องการกรรม นั้น อาจมี adverb มาขยายกริยา

ก็ได้ หรือไม่มีก็ได้

โครงสร้างอกรรมกริยา มีแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

1. ประเภท Linking Verb

กล่าวคือ คำที่อยู่หลัง verb จะทำหน้าที่เป็นส่วนสมบูรณ์ของประธาน

ไม่ใช่กรรม

เช่น  He is a engineer.

2. ประเภทกริยา vi (Intransitive Verb)

แต่สำหรับโครงสร้างประเภทต้องการกรรม มารับนั้น จะต้องมีกรรม

เสมอ มิเช่นนั้นแล้วจะสื่อความไม่เข้าใจ เช่น

ฉันจะซื้อ ถ้าพูดเพียงแค่นี้จะสื่อความไม่เข้าใจว่าจะซื้ออะไร

ยกเว้นว่า มีการพูดถึงบางสิ่งบางอย่างมากล่าว ประโยคที่ว่า

ฉันจะซื้อ อาจจะเข้าใจกันได้ แต่ถ้าพูดขึ้นมาลอย ๆ

คงจะไม่มีใครเข้าใจว่าจะซื้ออะไรกันแน่

ดังนั้นต้องมีกรรมมารองรับ เป็น

ฉันจะซื้อรถ อย่างนี้ถึงจะเข้าใจกัน

ซึ่งโครงสร้างกริยามีกรรมมารองรับนี้ มีเนื้อหาค่อนข้างมาก

จะค่อยอธิบายกันไป ก็แ้ล้วกัน

โครงสร้างแบบนี้ แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้

1. ประเภทกรรมตัวเดียว

2. ประเภทกรรมสองตัว

ประเภทกรรมตัวเดียวนั้น

คำประเภทที่จะมาเป็นกรรมของประโยคนั้น ได้แก่

noun, infinitive, gerund , noun clause เป็นต้น

ส่วนการใช้ว่าจะ้ใช้เ็ป็น noun หรือ infinitive หรือ gerund นั้น

ก็ขึ้นอยู่กับคำกริยาที่้ใช้ในประโยคนั้น ๆ

เช่น We have agreed to meet you.

ประเภทกรรมสองตัวนั้น จะเป็น กรรมรอง กับกรรมตรง

กรรมรอง ส่วนใหญ่จะเป็นคน

ส่วนกรรมตรง จะเป็นสิ่งของ

ในการอ่านประโยคภาษาอังกฤษ จะต้องแยกแยะได้ว่า

ประธาน คืออะไร

กริยา คืออะไร

กรรม คืออะไร

และส่วนขยายต่าง ๆ

เมื่อเข้าใจองค์ประกอบเหล่านี้แล้ว ก็จะทำให้เข้าใจ

มากขึ้น อ่านได้ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้อง

มีความรู้เรื่องศัพท์ พอประมาณด้วยในระดับหนึ่ง

ที่สามารถนำพาไปสู่ของการใช้เทคนิคการ

คาดเดาคำศัพท์ต่อไป

 

 

You May Also Like