กองทุนส่งเสริมประกันภัยพิบัติ


กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ

           รัฐบาลได้มีการจัดตั้ง “กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ” ขึ้นตามพระราชกำหนดกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ พ.ศ.2555 โดยมีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยการรับประกันภัย และการทำประกันภัยต่อและให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบธุรกิจ ประกันวินาศภัย โดยการจัดการให้มีการรับประกันภัยในจำนวนสูงสุด (Capacity) ใน อัตราเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความคุ้มครองภัยพิบัติได้อย่างเพียงพอทั่วถึง รวมถึงสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนต่างชาติและผู้ประกอบการต่างๆ ให้ยังคงดำเนินกิจการต่อไปในประเทศไทย

ในการขายกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ บริษัทประกันภัยจะรับความเสี่ยงไว้เองขั้นต่ำ 0.5-1% ส่วนที่เหลือบริษัทประกันภัยจะส่งต่อความเสี่ยงไปยังกองทุนฯ ซึ่งจะทำหน้าที่ในการรับประกันภัยต่อ (Reinsurance) โดยกองทุนฯ เป็นผู้รับความเสี่ยงไว้เองส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่งจะโอนไปยังบริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศ
กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติจะให้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติ 3 ภัย ได้แก่

น้ำท่วม แผ่นดินไหวและลมพายุ

คำจำกัดความของคำว่า “ภัยพิบัติ”

  • กรณี ครม. ประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติรุนแรงตามคำเสนอของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  • กรณีค่าสินไหมทดแทนรวมของผู้เอาประกันภัยภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติมากกว่า 5,000 ล้านบาทต่อหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายใน 60 วัน โดยมีการเรียกร้องสินไหมทดแทนตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป
  • กรณีธรณีพิบัติที่มีความรุนแรงของแผ่นดินไหวตั้งแต่ 7 ริกเตอร์ขึ้นไป
  • กรณีวาตภัยความเร็วของลมพายุตั้งแต่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป

รูปแบบกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ เป็นแบบจำกัดความรับผิด (Sub Limit)

  • บ้านอยู่อาศัย ทุนประกันภัยไม่เกิน 100,000 บาท คิดอัตราเบี้ยฯ ที่ 0.5% ต่อปี
  • ธุรกิจขนาดย่อม หรือ ขนาดกลาง (SME) ทุนประกันภัยไม่เกิน 50 ล้านบาท โดยจำกัดความรับผิดของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติไม่เกิน 30% ของทุนประกันภัย คิดอัตราเบี้ยฯ ที่ 1% ต่อปี
  • ธุรกิจอุตสาหกรรม ที่มีทุนประกันภัยมากกว่า 50 ล้านบาทขึ้นไป จะจำกัดความรับผิดของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติไม่เกิน 30% ของทุนประกันภัย คิดอัตราเบี้ยฯ ที่ 1.25% ต่อปี

You May Also Like